Search
  • Wasuremono Akabane

"สัปปายะ"


มีความหมายว่า ความสะดวกสบายในทางโลก และ

"สัปปายะ 7" ในทางธรรมคือ สิ่งที่พึงเสพ 7 ประการเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการประพฤติวัตร ปฏิบัติธรรม อันประกอบด้วย


1. อาวาสสัปปายะ ได้แก่ที่อยู่อาศัย หรือ วัด สำนักปฏิบัติธรรม เรือนว่างอันเป็นที่สบาย สงบ ปราศจากผู้คนสัญจรไปมา ไม่ใกล้หนองน้ำ บ่อน้ำ หรือแหล่งชุมชนจนเกินไป อันอาจจะเกิดความรำคาญจากการไปมาของผู้คน มีรั้วรอบขอบชิด ปลอดภัยต่อความเป็นอยู่


2. โคจรสัปปายะ คือ สถานที่แห่งนั้นต้องมีทางโคจร หรือทางเดิน ถนนหนทางไปมาได้สะดวก ไม่ใกล้นัก ไม่ไกลนัก เหมาะแก่การจาริกและการปฏิบัติธรรม


3. ภัสสสัปปายะ ได้แก่ การสนทนา พูดคุย การฟัง คือ การสนทนา พูดคุยกันแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติ ได้ฟังสิ่งที่จะทำให้จิตใจเกิดสัทธา วิริยะ อุสาหะ ความสงบระงับในการที่จะทำความเพียร หรือมีผู้รู้ พหูสูต ครูบาอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนกรรมฐานให้ได้รับความรู้ และเป็นอุปการคุณแก่การเจริญกรรมฐานให้ก้าวหน้า ให้เว้นการสนทนา พูดคุยในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ไม่เป็นสัปปายะนั้นเสีย


4. ปุคคลสัปปายะ คือ บุคคลที่อยู่ร่วมกัน บุคคลที่ติดต่อคบหา ควรเป็นผู้ตั้งมั่นในศีลธรรม มีความสันโดษ มักน้อย ชักจูงแนะนำไปในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำความเพียร ความสงบ และถ้าเป็นครูบาอาจารย์ หรือบุคคลที่เคยเจริญกรรมฐานมาแล้ว ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์มาก ให้พึงเว้นการคบหาสมาคมกับบุคคลที่มีจิตฟุ้งซ่าน บุคคลที่มากไปด้วยกามารมณ์ในทางโลกีย


5. โภชนสัปปายะ ได้แก่ อาหารที่บริโภค ควรเป็นอาหารที่สบายต่อความเป็นอยู่ในอัตภาพแห่งตน เมื่อบริโภคเข้าไปแล้วไม่ทำให้เกิดทุกขเวทนา เช่น ท้องอืด ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นอาหารที่จะเป็นคุณประโยชน์แก่ร่างกายโดยประมาณ โดยไม่ต้องคำนึงถึงรสของอาหารแม้รสจะดีแต่เมื่อทำให้ร่างกายเกิดทุกขเวทนาก็ควรงดเสีย


6. อุตุสัปปายะ ได้แก่ ฤดูอันเป็นที่สบาย หมายถึงอากาศตามฤดูกาล ความร้อน ความเย็น ของอากาศ ซึ่งบางสถาน บางฤดูอาจจะร้อนจัดเกินไป บางฤดูก็หนาวจัดเกินไป หรือกลางวันร้อนจัดกลางคืนหนาวจัด ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้จะทำให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วยแก่ร่างกาย จึงต้องเลือกให้เหมาะสมแก่สภาพร่างกายของตน


7. อิริยาปถสัปปายะ ได้แก่ อิริยาบถอันเป็นที่สบาย หมายถึงอิริยาบถหรือ การเคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถใดทีทำให้จิตไม่สงบระงับ ก็แสดงว่าอิริยาบถนั้นไม่สบายไม่เหมาะสม จึงเว้นเสียจากการใช้อิริยาบถนั้น หากเมื่อจำเป็นก็ใช้แต่น้อย


ได้มีการนำเอาหลัก "สัปปายะ" จากพระพุทธศาสนามาใช้กับสปาแบบไทยเพื่อสร้างความแตกต่างในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยและเป็นการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม การทำหัตบำบัดแบบไทยสัปปายะจึงมีความหลากหลายกว่าการนวดไทยเพียงอย่างเดียว เช่น มีการวมเอาศาสตร์การตอกเส้น การปรับโครงสร้างกระดูก การใช้วารีบำบัด โภชนบำบัด และสุคนธบำบัดมาร่วมด้วย และหากจะยึดหลัก "สัปปายะ 7" มาใช้ในชีวิตประจำวันแบบทางสายกลางจะช่วยให้เราสามารถสร้างความสุขได้ไม่น้อยค่ะ


ดร. สิปปสินี บาเรย์


0 views

© 2020 by Ba-Rhey Wellness Spa.

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black YouTube Icon